วันจันทร์, 15 มิถุนายน 2569

รวบคู่รักนักบิน สกัดจับ ยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) “รวบคู่รักนักบิน สกัดจับ ยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด ระหว่างลำเลียงเข้ากรุงเทพฯ”

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ
ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ประกอบด้วย พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป, พ.ต.ท.ธีระพงษ์ คงเขียว สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.นิติธร ประจันทร์ตาคาม รอง สว. กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.สมเกียรติ อิทธสาร, ร.ต.ท.ประวิทย์
ยิบพิกุล, ร.ต.ท.ชาตรี สุทธิพณิชพงศ์, ร.ต.ท.เรวัต ห้วยหงส์ทอง, ร.ต.ต.วิสุทธิ์ สร้อยสนธิ์ รอง สว.(ป), ด.ต.ยุทธนา มาฟู, ด.ต.พิพัฒน์ พัชรพจนากรณ์, ด.ต.ยศพัทธ์บุญหอม, ด.ต.พิรภัทร กาญจนรังษี, ด.ต.ณรงค์ จงสมชัย, ด.ต.นฤชา
ชุมสิงห์, ด.ต.ศุภกร บุญมาก, จ.ส.ต.ปิติพล แสงอาทิตย์, ส.ต.อ.กฤษฎา เถื่อนด้วง ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. นำโดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ. ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ, ร.ต.อ.คมสันติ์ วรทรัพย์ รอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ไพบูลย์ ชูวงศ์, ร.ต.อ.พงษ์กร เดชพล, ร.ต.ท.โชคชัย ดีจริง, ร.ต.ท.ปริชาติ แสงฤทธิ์, ร.ต.ท.วีระ คงทรัพย์ รอง สว.(ป.) ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ด.ต.วิชัย ตามสมัย, ส.ต.อ.สิริวัฒน์ ยอดสง่า ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหามี 2 คน ดังต่อไปนี้
1.นายสมชายฯ อายุ 48 ปี (คนขับ)
2.นางชนากานต์ฯ อายุ 50 (นั่งคู่มากับคนขับ)
ผู้ต้องหากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
พร้อมตรวจยึดของกลาง มีดังต่อไปนี้
1.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ DAIHATZU สีดำ ทะเบียน เชียงใหม่ ซึ่งใช้การในลำเลียงยาเสพติดยาเสพติด
2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีส้ม, เขียว ด้านหนึ่งประทับอักษร WY จำนวน 8 มัดใหญ่ 9 มัดเล็ก ประมาณ 50,000 เม็ด บรรจุอยู่ภายในแผงนวมประตูหลังด้านขวา
3.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีส้ม, เขียว ด้านหนึ่งประทับอักษร WY จำนวน 8 มัดใหญ่ 9 มัดเล็ก ประมาณ 50,000 เม็ด บรรจุอยู่ภายในแผงนวมประตูหลังด้านซ้าย
4.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ REDMI รุ่น A5 สีเงิน พบในกระเป๋าสะพาย นายสมชายฯ จำนวน 1 เครื่อง
5.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Iphone 8 Plus สีแดง พบในกระเป๋าสะพาย น.ส.ชนากานต์ฯ จำนวน 1 เครื่อง
6.ถุงหูหิ้ว รีไซเคิล สีเขียว ขนาด 12*20 นิ้ว ยี่ห้อ ARO น้ำหนัก 1 กก. พบที่เบาะนั่งด้านหลัง จำนวน 1 ห่อ
7.กระเป๋าเป้ สีดำน้ำเงิน ยี่ห้อ Advenger BPWORLD จำนวน 1 ใบ พบภายในห้องนอน บ้านเช่าหลังหนึ่ง ม.13
ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง (ซึ่งบรรจุ ยาเสพติด ประมาณ 100,000 เม็ด) จำนวน 1 ใบ
8.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีชมพู, เขียว ด้านหนึ่งประทับอักษร WY จำนวน 18 มัดใหญ่ 16 มัดเล็ก ประมาณ 100,000 เม็ด บรรจุอยู่ในของกลางลำดับที่ 7
9.สมุดบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสบปราบ ชื่อบัญชี นายสมชายฯ จำนวน 1 เล่ม
พบภายในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า ภายในบ้าน
10.สมุดคู่มือจดทะเบียน รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ DAIHATZU สีดำ จำนวน 1 ฉบับ พบภายในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า ภายในบ้าน
11.เทปกาวสีน้ำตาล ขนาด กว้าง 48 มม. ยาว 45 มม. จำนวน 7 ม้วน
12.เทปใส รุ่น 500 สีขาว ขนาด กว้าง ¾ นิ้ว ยาว 36 หลา จำนวน 3 ม้วน
13.ถุงขยะ สีเขียว ยี่ห้อ แชมเปี้ยน กลิ่นแอปเปิ้ล ขนาด 18*20 นิ้ว จำนวน 80 ใบ
14.แท่นตัดเทป สีฟ้า จำนวน 1 ชุด
15.ถุงหูหิ้ว รีไซเคิล ยี่ห้อ ARO ขนาด 12*20 นิ้ว น้ำหนัก 1 กก.
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนน ทล.32 กม.42+100(ขาเข้า) ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง (ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.) ร่วมกับ ตชด. และ ปปส.ภ.8 สกัดจับรถบรรทุกพ่วง ทะเบียนหัวลาก นครศรีฯ และ ทะเบียนพ่วง นครศรีฯ บนถนนสาย 41 กม.159+300
ต.หัวเตย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา
1. นายปฐวีฯ หรือเกียรติ อายุ 31 ปี ไทย-ไทย
2. นายอติชาติฯ หรือเอ็กซ์ หมึกแดง อายุ 31 ปี ไทย-ไทย
พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ประมาณ 294,000 เม็ด และได้นำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป.
ต่อมาผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 1 และชุดปฏิบัติการที่ 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ทำการสืบสวนขยายผลต่อจากเรื่องดังกล่าวเพื่อจับกุมเครือข่ายยาเสพติดต่อไป จากการสืบสวนและตรวจสอบภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิดโดยรอบบริเวณพื้นที่เกิดเหตุและเส้นทางที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน
จึงทราบว่าบุคคลที่ปรากฏตามภาพกล้องวงจรปิดดังกล่าวคือ นายสมชายฯ และ นางชนากานต์ฯ ซึ่งได้เดินทางมาด้วยรถยนต์ทะเบียน เชียงใหม่ มาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.กรุงเทพมหานคร โดยภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏพฤติการณ์ชัดเจนว่า นายสมชายฯ เป็นผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดของกลาง เดินเท้าเข้าไปส่งมอบให้แก่ นายปฐวีฯ หรือเกียรติ (ทำหน้าที่ผู้ขับขี่) และ นายอติชาติฯ หรือเอ็กซ์ (นั่งข้างคนขับ) เป็นผู้ขับขี่และผู้โดยสารมาบนรถบรรทุกคัน และมาจอดรอรับของกลางที่บริเวณริมถนนสุขุมวิท ซอย 93 (อ่อนนุช) ต่อมาชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลและสืบสวนเชิงลึกได้รวบรวมข้อมูล พบว่า นายสมชายฯ และ
นางชนากานต์ฯ มีพฤติการณ์เป็นผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือมาส่งให้กับลูกค้าในกรุงเทพฯ ตามที่ได้รับคำสั่งจาก BOSS เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมจึงได้วางแผนสืบสวนติดตามจับกุม เพื่อจะนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 1 และชุดปฏิบัติการที่ 5 กองกำกับการ 5
กองบังคับการปราบปราม ทำการสืบสวนขยายผลต่อจากเรื่องดังกล่าวเพื่อจับกุมเครือข่ายยาเสพติดต่อไป จากการสืบสวน
ทราบว่า มีนายสมชายฯ อายุ 48 ปี และ นางชนากานต์ฯ อายุ 50 ปี มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด ชุดจับกุม จึงได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์มาตลอด จนกระทั่ง ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่ามีรถยนต์เก๋ง ทะเบียน เชียงใหม่ ซึ่งมี
นายสมชายฯ (กรรมสิทธิ์ในรถยนต์) และ นางชนากานต์ฯ (ภรรยา) ใช้ในการขับขี่เป็นประจำ คาดว่าน่าจะลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่ภาคเหนือ มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป. 1 และ ชป.5 กก.5 บก.ป. จึงได้ประสาน
ขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. เพื่อร่วมกันทำการสกัดจับรถยนต์เป้าหมายคันดังกล่าว โดยได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่บริเวณริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ทล.32) กิโลเมตรที่ 42+100
(ฝั่งขาเข้า) ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจ
พบรถยนต์เก๋ง ทะเบียน เชียงใหม่ วิ่งอยู่บนถนนสาย 32 ประมาณกิโลเมตรที่ 42+100 (ฝั่งขาเข้า) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งสัญญาณและเรียกให้หยุดรถ ผู้ขับขี่จึงหยุดรถ จากนั้นได้มีนายสมชายฯ ลงมาจากรถฝั่งคนขับแสดงตัวเป็นผู้ขับขี่ และนางชนากานต์ฯ นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอทำการตรวจค้น
โดยก่อนการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว ผู้ถูกจับทั้งสองยินยอมให้ทำการตรวจค้นด้วยความเต็มใจและยืนดูการตรวจค้นตลอดเวลา ผลการตรวจค้นพบ ของกลางลำดับที่ 2 และ 3 ยาเสพติดให้โทษประเภท 1
เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ประมาณ 100,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในแผงนวมประตูหลังทั้งซ้ายและขวา ของประตูหลังห้องโดยสาร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ทราบเบื้องต้น จากนั้นจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมายังที่หน่วยบริการทางหลวงเอเชีย ถ.ทล.32 ต.คลองสวนพลู
อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อทำการซักถามปากคำ จากการซักถามปากคำในเบื้องต้น นายสมชายฯ
ได้ให้การยอมรับสารภาพและให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ยังมียาเสพติดให้โทษอีกจำนวนหนึ่งที่ตนเก็บไว้ซุกซ่อนอยู่ที่บ้านเช่าของตนในพื้นที่จังหวัดลำปาง เมื่อทราบดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ ควบคุมตัว นายสมชายฯ เดินทางไปทำการตรวจค้นยังบ้านเช่าหลังหนึ่ง ม.13 ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลําปาง โดยนายสมชายฯ เป็นผู้นำการตรวจค้น และยินยอมให้ตรวจค้น โดย พ.ต.ท.ธีระพงษ์ คงเขียว สว.กก.5 บก.ป.แสดงบัตร เจ้าพนักงาน ปปส. ผลการตรวจค้นบ้านเช่าหลังดังกล่าว พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 100,000 เม็ด บรรจุหีบห่ออยู่ในกระเป๋าเป้แบบสะพาย วางอยู่ภายในห้องนอน และอุปกรณ์ที่ใช้ในการบรรจุหีบห่อวางอยู่ภายในชั้นวางของ สอบถาม นายสมชายฯ ให้การว่า ยาเสพติดดังกล่าวตนนั้นได้ไปรับตามจุดต่างๆ ที่จังหวัดเชียงราย โดยมีคนสั่งการ และจะนำมาบรรจุหีบห่อและซุกซ่อนภายในรถด้วยตนเอง เพื่อเป็นการตบตาเจ้าหน้าที่ เพื่อรอคำสั่งให้ไปจำหน่ายตามที่ได้ นัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจยึดไว้ของกลางลำดับที่ 7-15 ไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาคือนายสมชายฯ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดทั้งหมด เดินทางกลับมายัง กก.5 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำบันทึก ให้ถ้อยคำ, จัดทำบันทึกจับกุม จากนั้น จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อดำเนินคดี
ตามกฎหมายต่อไป

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สืบสำโรงเหนือทำให้ดู!! ตามรวบหนุ่มเขมรวิ่งราวหญิงเขมรด้วยกัน
“เต้007” ควง “หน่อง ภาสพงศ์” ลุยสยามสแควร์ เอฟซีแห่ต่อคิวถ่ายรูปแน่น
ผบช.น. สั่งล่า! คนขับ Bolt สับศอกเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นหัวแตกกลางอโศก
ผัวหึงโหด! บีบคอเมียชาวเมียนมาดับคาห้องพักย่านสุขสวัสดิ์
“ทนายรณณรงค์”พาแม่ร้องCIBถูกลูกเนรคุณหลอกเงิน 10 ล้านเหิมหนักขู่ฆ่ายกบ้าน
รวบสาวใหญ่หลอกไปเก็บเบอร์รี่สวีเดนผู้เสียหายเพียบ มูลค่าความเสียหายครึ่งล้าน